คัมภีร์ขั้นที่ 5 ธนาคารจะอนุมัติบัตรเครดิตให้กับผู้สมัครบัตรเครดิต ดูอะไรบ้าง?

0
1989
คัมภีร์ขั้นที่ 5 ธนาคารจะอนุมัติบัตรเครดิตให้กับผู้สมัครบัตรเครดิต ดูอะไรบ้าง

ในการอนุมัติบัตรเครดิตให้กับผู้สมัครบัตรเครดิต ธนาคารพิจารณาอะไรบ้าง?

คัมภีร์ขั้นนี้ถือเป็นขั้นทำใจหรือขั้นเตรียมใจสำหรับผู้สมัครบัตรเครดิตหลายๆ คน  เนื่องจากผู้ต้องการทำบัตรเครดิตบางคนอาจเคยถือบัตรเครดิตมาก่อนหน้านี้แล้วหลายใบ   แต่กับอีกหลายคนพึ่งจะเป็นผู้สมัครบัตรเครดิตหน้าใหม่จึงอยากจะทราบว่าการที่ธนาคารจะอนุมัติบัตรเครดิตให้กับผู้สมัครบัตรเครดิตเขาดูอะไรบ้าง  แล้วเรามีสิทธิหรือมีโอกาสจะได้รับการอนุมัติบัตรเครดิตหรือไม่   ซึ่งหลายคนอาจมีข้อสงสัยว่า ตนเองรายได้ต่อเดือนสูงอยู่ อย่างน้อยก็สูงกว่า 15,000 บาทต่อเดือน แล้วทำไม? ธนาคารที่สมัครบัตรเครดิตถึงไม่อนุมัติบัตรเครดิตให้สักที มิหนำซ้ำหลายคนก็ถูกปฏิเสธการทำบัตรเครดิต

ที่เป็นอย่างนี้เพราะว่า การที่ผู้สมัครบัตรเครดิตมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือนไม่ได้เป็นหลักประกัน 100% ว่าผู้สมัครบัตรเครดิตคนนั้นจะได้รับการอนุมัติบัตรเครดิต  เนื่องจากการที่ธนาคารจะอนุมัติบัตรเครดิตให้ผ่านการอนุมัติ ธนาคารจะพิจารณาองค์ประกอบอื่นร่วมไปด้วย เช่น

  • ความสามารถในการชำระหนี้

ซึ่งความสามารถในการชำระหนี้นั้น  ธนาคารพิจารณาจากรายได้ประจำที่ผู้สมัครบัตรเครดิตได้รับเฉลี่ยต่อเดือนเทียบกับสัดส่วนของภาะหนี้สินที่ผู้สมัครบัตรเครดิตมีอยู่ และจำเป็นต้องชำระต่อเดือน ซึ่งหากความสามารถในการชำระหนี้ หรือสัดส่วนหนี้สินต่อรายได้มีค่าสูงมากจนธนาคารพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความเสี่ยงที่ผู้สมัครบัตรเครดิตไม่อาจสามารถชำระหนี้สินได้ ธนาคารก็อาจจะปฏิเสธการสมัครบัตรเครดิต ไม่อนุมัติในครั้งนี้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่สามารถสมัครบัตรเครดิตกับธนาคารนี้ได้อีกเลย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วธนาคารจะเว้นระยะห่างในการยื่นสมัครบัตรเครดิตใหม่หลังจากถูกปฏิเสธไม่อนุมัติบัตรเครดิตไปอย่างน้อย 180 วัน ความหมายก็คือ…หากคุณต้องการสมัครบัตรเครดิตหลังจากที่ทราบผลการปฏิเสธไปในครั้งแรกแล้วภายใน 180 วัน ใบสมัครของคุณอาจจะไม่ได้รับการพิจารณาเข้าสู่ขั้นตอนการอนุมัติบัตรเครดิตของธนาคารนั้น  ดังนั้น หากคุณต้องการยื่นใบสมัครบัตรเครดิตใหม่อีกครั้งกับธนาคารเดิม ควรยื่นใบสมัครบัตรเครดิตครั้งใหม่ให้ห่างจากครั้งที่ถูกปฏิเสธล่าสุดไปอย่างน้อย 180 วัน

  • ข้อมูลเครดิตของผู้สมัครบัตรเครดิต จาก บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด

นอกจากการพิจารณาเรื่องรายได้ในการสมัครบัตรเครดิตแล้ว  ธนาคารจะให้ผู้สมัครลงนามในใบสมัครให้ยินยอมเปิดเผยข้อมูลเครดิตของผู้สมัครบัตรเครดิตกับ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโรหรือ NCB) ข้อมูลเครดิตบูโรนี้ ธนาคารจะใช้พิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ร่วมกับพฤติกรรมการเป็นหนี้ของผู้สมัครบัตรเครดิตโดยข้อมูลที่ถูกส่งเข้าไปบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด จะแสดงให้เห็นว่าบุคคลนั้นมีสินเชื่อ เงินกู้ บัตรเครดิต ที่มีอยู่กับสถาบันการเงินทั้งที่เป็นสถาบันการเงินที่เป็นธนาคารหรือไม่ใช่ธนาคารที่เป็นสมาชิกของเครดิตบูโรอยู่

ในการพิจารณาข้อมูลสินเชื่อจากเครดิตบูโรส่วนนี้จะแสดงให้เห็นว่าผู้สมัครบัตรเครดิตนั้นมีมูลหนี้ ยอดหนี้หรือภาระหนี้ที่ต้องชำระต่อเดือนเท่าไหร่ โดยธนาคารจะใช้ข้อมูลจากส่วนนี้ในการนำมประกอบการคำนวณร่วมกับสัดส่วนหนี้ต่อรายได้ประจำเดือนเพื่อหาความสามารถในการชำระหนี้  นอกจากนี้ข้อมูลเครดิตบูโรยังแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมการชำระหนี้ของบุคคลคนนั้น ว่ามีพฤติกรรมการชำระหนี้กับสถาบันการเงินที่เป็นมูลหนี้กันอยู่ในแบบใดบ้าง เช่น เป็นลูกหนี้ที่ดีมีการผ่อนชำระหรือชำระหนี้ตรงเวลาเป็นประจำทุกเดือนมิได้ขาดซึ่งสถานะกลุ่มนี้เราเรียกว่าเป็นลูกหนี้ปกติ  แต่จะมีอีกกลุ่มหนึ่งที่อาจจะมีปัญหาทางการเงินไม่สามารถชำระหนี้ได้ตรงเวลาเป็นประจำกลุ่มนี้ข้อมูลหนี้ที่แสดงจะทำให้เห็นว่า ความสามารถในการชำระไม่ได้ดี 100% เช่น ชำระเดือนเว้นเดือนชำระ 1 เดือนเว้น 2 เดือนถึง 3 เดือน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่เราเรียกว่าเป็น หนี้เสีย (NPL) กลุ่มนี้ในข้อมูลเครดิตบูโร จะแสดงให้เห็นว่า ขาดส่งการชำระหนี้เป็นระยะเวลานานติดต่อกันเช่นถูกจัดชั้นให้เป็นกลุ่มลูกหนี้เสีย ซึ่งบุคคลกลุ่มนี้หละที่ธนาคาร จะให้น้ำหนักสำคัญในการพิจารณาว่าจะอนุมัติบัตรเครดิตให้กับผู้สมัครบัตรเครดิตรายนั้นหรือ  ไม่เนื่องจากพฤติกรรมที่แสดงให้เห็นถึงคุณภาพหนี้และการไม่ยอมชำระหนี้เสี่ยงต่อการที่หากธนาคารอนุมัติบัตรเครดิตให้กับผู้สมัครบัตรเครดิตรายนั้นแล้วมีโอกาสเกิดหนี้เสีย และไม่ได้รับการชำระหนี้ตามมา  แต่ทั้งนี้แล้วข้อมูลจากเครดิตบูโรเป็นเพียงข้อมูลที่เป็นองค์ประกอบในการพิจารณาสินเชื่อร่วมด้วย แต่ไม่ใช่ข้อมูลที่ธนาคารจะอ้างเป็นเหตุผลในการปฏิเสธการอนุมัติบัตรเครดิตให้แก่ผู้สมัครบัตรเครดิตได้

  • ที่อยู่อาศัย สถานที่ติดต่อของผู้สมัครบัตรเครดิต

ธนาคารจะพิจารณาที่อยู่อาศัย สถานที่ติดต่อของผู้สมัครบัตรเครดิต ซึ่งที่อยู่ของผู้สมัครบัตรเครดิตสามารถระบุเป็นที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน หรือระบุเป็นที่อยู่ปัจจุบันที่ผู้สมัครบัตรเครดิตพักอาศัยอยู่จริงซึ่งอาจจะเป็นบ้านเช่า ห้องพัก คอนโด หรือ อพาร์ทเม้นท์ก็ได้ เพื่อให้ธนาคารสามารถทวนสอบและอ้างอิงกลับไปได้ว่าคุณได้พักอาศัยที่นั่นจริง หรือเพื่อที่ธนาคารจะได้ส่งเอกสารธุรกรรมทางการเงินที่คุณมีอยู่หากได้รับอนุมัติบัตรเครดิตแล้ว  นอกจากนั้นที่อยู่ที่ระบุไว้นั้นจะเป็นข้อมูลเบื้องต้นให้แก่ธนาคารว่า จะสามารถติดตามตัวคุณพบหากธนาคารต้องการติดต่อยืนยันตัวตนกับคุณ

  • หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ

    • องค์ประกอบการพิจารณาที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ ซึ่งธนาคารจำเป็นจะต้องร้องขอจากผู้สมัครทำบัตรเครดิตโดยปกติหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อของผู้สมัครบัตรเครดิตที่ธนาคารต้องการนั้น ได้แก่
      • หมายเลขโทรศัพท์มือถือ
      • หมายเลขโทรศัพท์ที่ทำงาน
      • หมายเลขโทรศัพท์ที่บ้าน
    • หมายเลขโทรศัพท์เหล่านี้ธนาคารจะนำไปใช้เป็นข้อมูลในฐานข้อมูลและเมื่อผู้สมัครบัตรเครดิตได้ผลการอนุมัติบัตรเครดิตผ่านแล้วธนาคารอาจจะโทรศัพท์ไปยืนยันตัวตนกับคุณตามหมายเลขที่ให้ไว้ อย่างใดอย่างหนึ่งจากทั้ง 3 หมายเลข

ติดตามอ่านขั้นตอนที่เหลือได้ที่นี่

คัมภีร์ 9 ขั้น สมัครบัตรเครดิตให้ได้รับอนุมัติ

เรียบเรียงโดย : เว็บ  www.finfavor.com

ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต